Wednesday, April 11, 2007

"แตน" กับ โรคลิ้นหัวใจด้านซ้ายบกพร่อง

น.สพ.พงษ์เผ่า หอสถิตย์ธรรม

"แตน"เป็นสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลขนาดเล็ก(Poodle Toy)เกิดเมื่อ 24 ก.ค. 41 เพศผู้ อายุ 8 ปีกว่า เจ้าของเลี้ยงดูมาแต่เล็ก ผูกพันกับเจ้าของมาก เชื่อฟังและเป็นเพื่อนที่ดีมากๆกับเจ้าของ "แตน"เข้ารับการตรวจรักษาและฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่ รพ.สัตว์เชียงใหม่โชตนาเป็นประจำเสมอมานับแต่ 8 พ.ย. 2543 (น.น. 4.4 ก.ก.) ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาสุขภาพรุนแรงมาก่อนแต่อย่างใดเลย เว้นแต่จะมีน้ำหนักตัวมากเกินปกติ นับตั้งแต่ 29 ต.ค. 2548 (น.น.8 ก.ก) ซึ่งหมอได้กล่าวเตือนเรื่องนี้กับเจ้าของทุกครั้งที่เข้ารับการตรวจร่างกายฉีดวัคซีนประจำปีทุกปี เพราะอาการบ่งว่า "แตน"เริ่มมีปัญหาสุขภาพเบื้องต้นที่คาบเกี่ยวกับการมีน้ำหนักตัวมากเกินปกติ นั่นคือ การไม่สามารถกระโดดขึ้นเตียงได้อย่างเคย หมอคาดว่า มีปัญหาเกี่ยวกับข้อตะโพกเสื่อมอันเนื่องจากน้ำหนักตัวถ่วงบริเวณข้อตะโพกมากผิดปกติส่งผลให้ความเสื่อมมาเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ก่อให้เกิดความเจ็บปวดตรงข้อตะโพกมากจนไม่ยอมใช้ถ้าไม่จำเป็น แต่เจ้าของก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับปัญหาที่หมอกล่าวเตือนมากนัก

อาการไม่ปรกติเกี่ยวกับสุขภาพที่สำคัญต่อ"แตน"เกิดขึ้นก่อนหน้าวันที่เจ้าของนำแตนเข้ารับการตรวจเมื่อ 7 เม.ย.50 2-3 วันโดยเจ้าของเล่าอาการให้ฟังว่า "แตน"แสดงอาการล้มลงและชักนานพอควรหลังที่ดีใจวิ่งมาต้อนรับเจ้าของในช่วงกลับเข้าบ้านจากข้างนอก หมอสันนิษฐานว่ามีปัญหาโรคหัวใจ แต่ไม่ทราบเกิดจากอะไร จึงเช็คตรวจหาว่าเป็นโรคพยาธิหนอนหัวใจหรือไม่ตรวจ โดยใช้ Test Kit ผลปรากฏไม่ใช่ปัญหานี้ จึงตรวจฟังหัวใจดู ปรากฏมีเสียงแทรกไม่ปรกติในทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ทางการสัตวแพทย์เรียกว่า "Heart Sound Murmur" บ่งชี้แสดงว่ามีความผิดปกติของลิ้นหัวใจด้านซ้าย หรือ มีความผิดปกติของผนังกั้นระหว่างช่องหัวใจล่างซ้ายและขวา หมอสั่งเอกซเรย์ตรวจเช็คดู ผลปรากฏมีการโป่งพองมากกว่าปกติของช่องหัวใจด้ายซ้ายบน (Left Atrium)ซึ่งก็แสดงมีปัญหาลิ้นหัวใจด้านซ้ายทำงานปิดไม่สนิทเมื่อช่องหัวใจล่างซ้ายบีบตัว หมอจึงยกประเด็นเรื่องการลดน้ำหนักตัวของแตนและทำการรักษาโดยให้ยาขับปัสสาวะและขยายหลอดเลือดเพื่อควบคุมความดันในระบบไหลเวียนในหลอดเลือดไปเพื่อควบคุมบรรเทาไม่ให้หัวใจต้องทำงานหัก อันจะส่งผลให้หัวใจพองโตผิดปกติมากกว่าเดิมได้ ที่สำคัญจะทำให้หัวใจล้มเหลวได้ในที่สุด

วันต่อมาเจ้าโทรมาแจ้งทาง รพ.ส.พบว่ามีเลือดซึมจากปลายอวัยะวะเพศ สงสัยว่าเป็นผลจากการให้ยาหรือไม่ หมอจึงแนะให้พามารับการตรวจซ้ำ ปรากฏว่ามีจ๊ำเลือดบริเวณหน้าท้องและลำตัว และเลือดจางๆซึมออกจากถุงหุ้นอวัยะวะเพศ และไม่ปรากฏมีก้อนเนื้องอกที่อวัยะวะเพศแต่อย่างใด(หมอสงสัยตั้งแต่ตอนที่เจ้าของโทรมาปรึกษา) เมื่อซักประวัติเกี่ยวกับปัญหาเห็บ พบว่าเคยมีเห็บกัด และเจ้าของพบมีจ๊ำเลือดตามลำตัวเสมอๆและหายไป แต่ก้อไม่ได้กังวลใจแต่อย่างใด ทั้งนี้อาการดังกล่าวบ่งชี้ว่า เกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ โดยมากมักเนื่องจากเชื้อโรคพยาธิในเม็ดเลือดที่ชื่อ Ehrlichia canis เป็นตัวการต้นเหตุปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีเห็บเป็นตัวนำโรคนี้มาปล่อยให้ได้ หมอสั่งตรวจเช็คตัวอย่างเลือด ผลปรากฏพบเกล็ดเลือดลดต่ำลงเหลือที่ระดับ 7,000 เซลต่อลิตร (ปรกติอย่างต่ำต้องมีประมาณ 200,000 เซลต่อลิตร) หมอได้จัดยารักษาโรคดังกล่าวเสริมการดูแลรักษาโรคลิ้นหัวใจด้านซ้ายผิดปกติร่วมไปอีกชุด ปรากฏมีปัญหาอาเจียนหลายๆครั้งหลังกินยารักษาโรค E. canis ดังกล่าว จึงแนะให้พาไปให้น้ำเกลือเพื่อแก้ไขอาการไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่ในร่างกายของแตน ผลปรากฏทำให้อาการร่าเริงขึ้น กินอาหารได้ แต่วันถัดมาปรากฏว่า "แตน" ซึม ไม่กินอาหาร และอาเจียนอีก จึงแนะให้พามารักษาซ้ำที่ รพ.อีก แต่วันนี้อาการกำเริบหนัก อาเจียนและหายใจติดขัด เชื่อว่า เป็นผลจากสภาวะหัวใจล้มเหลวอันเนื่องมาจาก โรคลิ้นหัวใจด้านซ้ายบกพร่อง ร่วมกับปัญหาโรคพยาธิในเม็ดเลือด (E.canis) ทาง รพ. ได้ให้อ๊อกซิเจนทางหน้ากาก พบว่าดีขึ้นสลับกับอาการไม่ปกติ และได้ปล่อยให้เจ้าของนำกลับบ้านพร้อมถังอ๊อกซิเจนพร้อมหน้ากาก และปรากฏ "แตน"สิ้นลมเมื่อตอน 2 ทุ่มกว่าในคืนนั้น

บทเรียน:

โรคลิ้นหัวใจด้านซ้ายบกพร่องนี้หากได้รับการดูแลแต่เนิ่นๆ พร้อมกับการควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากผิดปกติ ก็น่าจะทำให้คุณภาพชีวิตของ"แตน"ดีและมาอายุยืนยาวมากว่านี้อีกระยะหนึ่ง

ปัญหาเห็บเป็นเรื่องที่เจ้าของสุนัขต้องเอาใจใส่อย่าละเลย เพราะเห็บสามารถนำโรคที่ทำอันตรายต่อชีวิตของสุนัขที่ชื่อ Ehrlichia Canis ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ และเลือดจาก ม้ามโต และทำอันตรายถึงชีวิตได้

ข้อมูลเกี่ยวกับโรคลิ้นหัวใจด้านซ้ายผิดปกติหาอ่านเพิ่มเติมได้จาก:
http://www.upei.ca/cidd/Diseases/cardiovascular%20diseases/mitral%20valve%20dysplasia.htm