นส.พ.พงษ์เผ่า หอสถิตย์ธรรม
เมื่อหลายปีก่อนผู้เขียนได้มีโอกาสตรวจรักษาสุนัขพุดเดิ้ลตัวหนึ่งและได้พูดคุยกับเจ้าของผู้หญิงท่านหนึ่งได้ความว่า สามีเป็นห่วงเป็นใยพุดเดิ้ลตัวนี้อย่างมากทั้งที่แต่เดิมไม่ชอบหรือจะพูดว่ารังเกียจสุนัขเอามากๆก็ว่าได้ ถามหาเหตุผลปรากฏว่าเพราะคุณสามีได้เข้ามาสัมผัสทางใจกับน้องหมาพุดเดิ้ลตัวนี้แบบซึมซับทีละเล็กทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว ดูแลให้ข้าวให้น้ำน้องหมาทุกวันและต่อมาปรากฏ ทุกวันน้องหมาพุดเดิ้ลนี้จะมารอต้อนรับแสดงความดีอกดีใจที่ประตูเข้าบ้านทุกวันไม่ขาด แสดงถึงความห่วงใยที่น้องหมามีต่อคุณสามี คนเราเองแม้จะรักกันมากปานใดไม่แน่ว่าจะทำได้อย่างน้องหมาพุดเดิ้ลตัวนี้ ไม่นานพฤติกรรมของคุณสามีก็ค่อยๆเปลี่ยนไปคือ กลับบ้านเป็นเวลา เป็นห่วงเป็นใยคอยดูแลจัดอาหาร อาบน้ำให้น้องหมาพุดเดิ้ลเป็นกิจวัตรไม่ขาด จนคุณภรรยาก็ยังแปลกใจ นี่แหละคือผลตอบแทนทางใจที่สัตว์เลี้ยงตอบแทนแก่เจ้าของ
ที่น่าสนใจคือบทความที่เขียนขึ้นโดยคุณหมอ พีท เวดเดอร์เบิร์น ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ชาวไอร์แลนด์ผู้มีชื่อเสียงลงไว้ในหนังสือพิมพ์ไอริชอินดิเพนเด๊นท์ซึ่งพรรณาถึงพลังแห่งการเยียวยารักษาของแมวและสุนัข โดยกล่าวว่า สัตว์เลี้ยงมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพคนเราอย่างยิ่งจนน่าที่จะจัดไว้สำหรับหมอเขียนใบสั่งแก่คนไข้ เนื่องจากพบหลักฐานว่าทั้งแมวและสุนัขให้ผลดีกว่ายาหลายๆขนานที่ใช้กันอยู่ทุกวันขณะนี้ สัตว์เลี้ยงมีบทบาทในอันที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของคนเราด้านสุขภาพในทุกๆวัยให้ดีขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงวัย
ไม่นานมานี้ ดับบลิน เอสพีซีเอ แอนด์ โฮม อินสเตต ซีเนียร์แคร์ (Dublin SPCA and Home Instead Senior Care)ได้ริเริ่มโครงการใหม่ โดยจัดการนำเอาประโยชน์จากการเอาสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ชีวิตแก่ผู้สูงอายุ โดยไม่ก่อผลเสียเป็นภาระแก่ผู้สูงอายุเหล่านั้นอันเนื่องมาจากการต้องเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างถาวรแต่อย่างใด
จากที่ได้ทำงานเป็นสัตวแพทย์ในคลินิก คุณหมอพีท ได้ประสบพบเห็นผลดังกล่าวเป็นประจำทุกวัน ตัวอย่างหนึ่งที่ตรึงตราอยู่ในใจคุณหมอเป็นอย่างยิ่งก็คือกรณีที่จะกล่าวต่อไปนี้
เดเลีย โอ’คอนเนอร์ อาศัยอยู่ตามลำพัง ในย่านเขตปกครองดับบลินตอนใต้ โดยมีสุนัขตัวโปรดพันธุ์ คาวาเลียร์ คิง ชาร์ล ชื่อ พอลเป็นเพื่อนคู่ชีวิต สุนัขตัวนี้จะอยู่เคียงข้างเธอทุกนาทีตลอดทั้งกลางวันและลางคืน คุณหมอพีทมีภาระกิจต้องไปเยี่ยมเยียนคุณยาย โอ’คอนเนอร์เป็นประจำ และเธอมักพูดคุยกับพอลขณะที่คุณหมอกำลังตัดเล็บเท้าของพอล
สุดท้าย คุณยายโอ’คอนเนอร์ก็ต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชรา โดยพอลได้รับการยินยอมให้อยู่กับคุณยายที่บ้านพักคนชราดังกล่าวและอยู่เคียงข้างนายหญิงจวบจนวาระสุดท้ายของเธอ
งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมายยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่า สัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งที่ดีต่อคนเรา แต่ก็ยังมีคนไม่เชื่อผลวิจัยเหล่านี้ได้ตั้งคำถามว่าเจ้าสัตว์เลี้ยงสร้างกุศลผลบุญแก่ชีวิตของคนเราโดยวิธีใดล่ะ บางทีคำตอบง่ายๆก็คือ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งสังคมผู้ชื่นชอบการมีเพื่อน โดยความเป็นจริงแล้วสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนคู่ชีวิตที่น่าอภิรมย์มากเสียยิ่งกว่าการมีมนุษย์เป็นเพื่อนด้วยซ้ำไป แมวไม่เคยที่จะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวและสุนัขไม่เคยที่จะทำตัวเฉยเมยเนื่องจากว่ากำลังนั่งดูทีวีหรืออ่านหนังสือพิมพ์อยู่
ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลช่วยเหลือคนชราต้องหันมาใส่ใจในส่วนสำคัญของสัตว์เลี้ยงโดยนำเข้ามาเป็นส่วนประกอบสำหรับการดูแลสุขภาพคนชรา
เหตุผลสิบข้อที่สัตว์เลี้ยงสามารถปรับปรุงสุขภาพของคนเราให้ดีขึ้นได้ อันประกอบด้วย
1. สัตว์เลี้ยงชักจูงให้คนออกกำลังกาย หากคุณมีสุนัข คุณจำเป็นต้องพาเขาไปออกกำลังเป็นประจำ สุนัขโดยเฉลี่ยทั่วไปควรถูกพาไปออกกำลังกายทุกวันๆละ 25 นาที จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากไม่มีสุนัขไปเป็นเพื่อนด้วยก็เป็นการยากที่ผู้คนส่วนจำนวนมากจะมุ่งหน้าไปตามถนนเพื่อไปออกกำลังในสวนสาธารณะหรือ ตามชายหาด
2. สัตว์เลี้ยงมักเป็นตัวกระตุ้นทางสังคม โดยช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตของเราให้ไปปฏิพัทธ์ติดต่อกับบุคคลอื่น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ เมื่อคุณพาสุนัขออกไปเดิน ก็เป็นเรื่องง่ายที่คนอื่นจะริเริ่มการสนทนากับคุณโดยการพูดวิจารณ์ถึงสัตว์เลี้ยงของคุณ (เขายอดเยี่ยมมาก: เขาเป็นพันธุ์อะไรหรือ?)
3. มีงานวิจัยพบว่าเด็กๆที่เดิบโตมาพร้อมกับการมีสัตว์เลี้ยงด้วยจะมีความเชื่อมั่นและปรับตัวทางสังคมได้ดีกว่าเด็กที่เติบโตมาโดยปราศจากการมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อน
4. เฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่มีปัญหาทางจิตใจการมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ การบำบัดโดยใช้สัตว์เลี้ยงซึ่งเริ่มใช้กันในช่วงทศวรรษของปี 1960 เมื่อจิตแพทย์สังเกตเห็นพัฒนาการรวดเร็วมากในเด็กซึ่งมีปัญหาด้านจิตใจชนิดรุนแรงไม่ชอบพบปะผู้คนในระหว่างให้มีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนเป็นระยะๆ สุนัขจะเป็นตัวริเริ่มช่วยแก้นิสัยดังกล่าว โดยช่วยบรรเทานิสัยต่อต้านของเด็กให้ลดลงๆและช่วยจุดประกายให้มีเกิดการสื่อสารกับผู้อื่น
5. นักโทษในเรือนจำที่ได้รับอนุญาตเข้าไปเลี้ยงดูนก และสัตว์เลี้ยงจะกลายเป็นคนชอบแยกตัวอยู่คนเดียวน้อยลง ลดนิสัยกร้าวร้าวลง และมีความรับผิดชอบมากขึ้น
6. การเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจลง การได้ลูบไล้สุนัขรือแมว หรือ แม้เพียงแค่ได้อยู่ในห้องเดียวกับสัตว์สามารถก่อให้เกิดผลสงบทางจิตของคนลงได้ ลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจลงได้
7. สัตว์เลี้ยงช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นไข้จากการได้รับการผ่าตัดบางอย่างโดยเฉพาะ มีงานวิจัยศึกษาติดตามความก้าวหน้าของกลุ่มคนป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใหญ่หัวใจ พบว่ากลุ่มคนป่วยที่ใช้ชีวิตโดยมีสัตว์เลี้ยงอยู่เป็นเพื่อนมีอายุยืนยาวกว่ากลุ่มคนป่วยที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงอยู่เป็นเพื่อนอย่างมีนัยสำคัญ
8. สัตว์เลี้ยงมีส่วนช่วยอย่างมากเมื่อใช้กับผู้ป่วยทางจิตรวมทั้งความซึมเศร้า พบว่ามีส่วนช่วยให้คนเห็นความสำคัญของตนเอง เพิ่มความกระฉับกระเฉงทางจิตใจ และยังช่วยปรับภาวะจิตใจของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ให้สูงขึ้นได้
9. สัตว์เลี้ยงช่วยทำให้ผู้สูงอายุพึ่งพาตัวเองได้ งานศึกษาชิ้นหนึ่งได้ตรวจวัดหาจำนวนชั่วโมงของพนักงานรับจ้างดูแลผู้สูงอายุว่าจำเป็นต้องใช้กี่ชั่วโมงต่ออาทิตย์ในกลุ่มที่อยู่ตามลำพัง ในช่วงเริ่มต้น พบว่าจำเป็นต้องให้มีพนักงานรับจ้างอยู่ดูแลผู้สูงอายุโดยเฉลี่ย 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ต่อคนไข้ 1 คน หกเดือนภายหลังจากให้คนไข้แต่ละคนมีสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยพบว่าจำนวนชั่วโมงที่ต้องใช้สำหรับพนักงานรับจ้างลดลงเหลือประมาณ 10 ชั่งโมงต่อสัปดาห์
10. เมื่อให้มีการพาสัตว์เลี้ยงไปเยี่ยมเยียนบ้านคนชรา พบมีผลทางบวกอย่างมาก กล่าวคือ ช่วยทำให้คนชรายิ่มแย้มแจ่มใจและพูดคุยมากขึ้น และพบมีอาการของความเป็นอยู่ที่ดีเกิดขึ้น ในประเทศไอร์แลนด์ มีองค์กรชื่อ PEATA (www.peata.org) เสนอตัวให้บริการด้านสัตว์เลี้ยงบำบัดแบบนี้ขึ้นแล้ว
ที่มา: http://www.deltasociety.org/Page.aspx?pid=508
No comments:
Post a Comment